
หลายคนสงสัยว่า… “มีวุฒิ GED จะเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยในอังกฤษได้ไหม?”
คำตอบคือ ได้แล้วจ้า! 🎉
ตอนนี้หลายมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร (UK) เริ่มเปิดรับวุฒิ GED อย่างเป็นทางการแล้ว แถมยังมีให้เลือกทั้งแบบเรียนตรงระดับปริญญาตรี หรือจะเรียน Foundation ก่อนเข้าปี 1 ก็ได้เหมือนกัน!
📘 GED คืออะไร?
GED (General Educational Development) คือวุฒิสอบเทียบมัธยมปลายตามระบบการศึกษาของอเมริกา ประกอบด้วย 4 วิชา:
- Reasoning Through Language Arts (RLA)
- Social Studies
- Mathematical Reasoning
- Science
คะแนนเต็มวิชาละ 200 คะแนน
คะแนนผ่านขั้นต่ำวิชาละ 145 คะแนน
รวมแล้วต้องได้ขั้นต่ำ 580 คะแนน ถึงจะถือว่าผ่านและได้วุฒิ GED
🎓 แล้ว GED ใช้สมัครที่ไหนได้บ้างใน UK?
📌 หลักสูตรปริญญาตรี (เรียน 3 ปี)
ถ้าน้องๆ ได้คะแนน GED ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ สามารถสมัครเข้าเรียนปี 1 ได้เลยที่มหาวิทยาลัยเหล่านี้:
| มหาวิทยาลัย | เกณฑ์คะแนน |
|---|---|
| University of Essex | วิชาละไม่ต่ำกว่า 145 / รวมไม่ต่ำกว่า 580 |
| Kingston University London | วิชาละไม่ต่ำกว่า 145 / รวมไม่ต่ำกว่า 580 |
| Royal Holloway, University of London | วิชาละไม่ต่ำกว่า 160 / รวมไม่ต่ำกว่า 640 |
| University of Leeds | วิชาละไม่ต่ำกว่า 160 / รวมไม่ต่ำกว่า 640 |
| University of Surrey | วิชาละไม่ต่ำกว่า 160 / รวมไม่ต่ำกว่า 640 |
| Cardiff University | วิชาละไม่ต่ำกว่า 150 / รวมไม่ต่ำกว่า 600 |
📌 หลักสูตร Foundation (เรียนปรับพื้นฐาน 1 ปีก่อนเข้า ป.ตรี)
หากคะแนน GED ยังไม่ถึงเกณฑ์ป.ตรี หรืออยากเริ่มแบบค่อยเป็นค่อยไป สามารถสมัครเรียน Foundation ที่มหาวิทยาลัยเหล่านี้ได้:
| มหาวิทยาลัย | เกณฑ์คะแนน |
|---|---|
| University of Kent | วิชาละไม่ต่ำกว่า 145 / รวมไม่ต่ำกว่า 620 |
| Newcastle University | วิชาละไม่ต่ำกว่า 145 / รวมไม่ต่ำกว่า 640 |
| City University | วิชาละไม่ต่ำกว่า 145 / รวมไม่ต่ำกว่า 620 |
| University of Surrey | วิชาละไม่ต่ำกว่า 150 / รวมไม่ต่ำกว่า 600 |
| University of East Anglia (UEA) | วิชาละไม่ต่ำกว่า 145 / รวมไม่ต่ำกว่า 620 |
| University of Sussex | วิชาละไม่ต่ำกว่า 150 / รวมไม่ต่ำกว่า 600 |
ทำไมเด็กไทยเริ่มสอบ GED เยอะขึ้น?
เด็กไทยเริ่มสอบ GED กันมากขึ้นในช่วงหลัง เพราะมีหลายปัจจัยที่เอื้อต่อการเลือกเส้นทางนี้มากกว่าการเรียน ม.ปลาย แบบเดิม มาดูกันว่าเพราะอะไร GED ถึงเป็นตัวเลือกที่มาแรงสุดๆ ในตอนนี้
✅ 1. จบไวกว่า เรียนต่อได้เร็วขึ้น
หลายคนมองว่า GED เป็นทางลัด ที่ทำให้สามารถข้ามช่วง ม.4-6 ได้ ถ้าเตรียมตัวดี บางคนสอบผ่านได้ภายในไม่กี่เดือน แล้วก็สามารถยื่นเรียนต่อมหาวิทยาลัยทั้งในไทยและต่างประเทศได้ทันที
✅ 2. ยืดหยุ่นกว่าในเรื่องเวลาและสถานที่
GED ไม่ต้องเข้าเรียนตามชั้นปีแบบโรงเรียนปกติ
ใครจะเรียนด้วยตัวเอง หรือเรียนกับติวเตอร์ก็ได้
สอบเมื่อไหร่ก็ได้ ตลอดทั้งปี ไม่ต้องรอสอบกลางภาคหรือปลายภาค
✅ 3. เรียนต่อเมืองนอกง่ายขึ้น
ตอนนี้หลายมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ สหรัฐฯ แคนาดา และออสเตรเลีย ยอมรับ GED เป็นวุฒิการศึกษาที่ใช้ในการสมัครเรียน
เด็กไทยที่อยากเรียนต่อเมืองนอกจึงหันมาเลือกเส้นทางนี้มากขึ้น เพราะ ง่ายกว่า ประหยัดเวลากว่า และตรงเป้าหมายกว่า
✅ 4. ไม่ต้องสอบวัดระดับแบบอื่นเยอะ
บางคนไม่อยากสอบ A-Level, IB, หรือระบบไทยแบบ O-NET ก็เลือก GED แทน เพราะใช้สอบเพียง 4 วิชาเท่านั้น
แถมยังสอบเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด จึงเหมาะกับคนที่วางแผนเรียนต่อในหลักสูตรอินเตอร์
✅ 5. มีทางเลือกหลากหลายหลังจบ
หลังได้วุฒิ GED น้องๆ สามารถ
- เรียนต่อมหาวิทยาลัยในไทยที่รับวุฒิอินเตอร์
- ไปเรียนต่างประเทศทั้งในระดับ Foundation และ ป.ตรี
- เริ่มฝึกงาน หรือเรียนคอร์สอาชีพระยะสั้นในต่างประเทศ
GED กลายเป็นเส้นทางใหม่ที่ “เร็ว ง่าย ยืดหยุ่น” และเปิดประตูไปยังโอกาสการศึกษาทั้งในไทยและต่างประเทศ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเด็กไทยถึงสอบ GED กันเยอะขึ้นในทุกๆ ปี
ใครกำลังสนใจอยากเรียนต่อต่างประเทศด้วยวุฒิ GED สามารถทักมาพูดคุย สอบถามกับพี่ๆ GoUni ได้เลย ปรึกษาฟรี! 👉 https://bit.ly/40RgbDh
สนใจอยากเรียนต่อ ป.ตรี อังกฤษ สามารถสอบถามพี่ๆ GoUni ได้เลย
